| |
คุณไพโรจน์ เล่าถึงการตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจขายตรงว่าเป็นธุรกิจเดียวที่มีแนวคิดสอนให้คนตั้งเป้าหมายในชีวิต ซึ่งตรงกับเป้าหมายชีวิตของตัวเองในขณะนั้น เพื่อที่จะสร้างฝันให้เป็นจริง ทั้งบ้าน รถ เงินเก็บ ท่องเที่ยวและดูแลบั้นปลายชีวิต
จากการสร้างรายได้ถึง 100 ล้านบาทต่อเดือนภายใน 2 ปี ถ้าตอนนั้นยังดื้อดึงทุกวันนี้คงไม่มีทางรวยและมาถึงจุดนี้ ขณะที่การทำความดี ช่วยเสริมสร้างให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว มีการสนับสนุนที่ดีจากบุคคลอื่น ช่วยให้บริษัทเป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตามสำหรับเป้าหมายความสำเร็จ คุณไพโรจน์ ได้วางแผนเส้นทางความสำเร็จไว้ว่า..
ต้องการนำพาให้บริษัทของคนไทยแห่งนี้ ประสบความสำเร็จจนติดลมบน ขึ้นเป็นธุรกิจขายตรงเทียบชั้นรายใหญ่ ด้วยประสบการณ์ของผู้สร้างในธุรกิจขายตรงหลายแห่งให้ถึงเส้นชัยมาแล้ว
ปีนี้บริษัทตั้งเป้าสร้างยอดขายจากผลิตภัณฑ์นี้หลัก 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ขณะนี้เตรียมเปิดแคมเปญโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์และตัวแทนที่สร้างยอดขาย อาทิ แคมเปญท่องเที่ยวต่างประเทศ หลังจากทำเริ่มทำตลาดเมื่อต้นเดือน ก.พ. ได้การตอบรับอย่างดี หวังว่าจะดังเป็นพลุแตก เช่นเดียวกับ ออกซิเจนน้ำ เอโดซี และ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลดี้วิท ในปีที่ผ่านมาสร้างยอดขายถึง 1,000 ล้านบาท
จากปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่าย 10 กว่าชนิด
นอกจากนี้ คุณไพโรจน์ ยังมีความฝันต้องการสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญขึ้นมาบริหารธุรกิจด้วย การตั้งสถาบันฝึกอบรมความสำเร็จของชีวิตภายใน 10 ปี ให้กับคนทุกเพศทุกวัยและทุกอาชีพ ขอเพียงมีความเชื่อและปฏิบัติตามแนวคิดที่ได้กำหนดให้เท่านั้น เพราะเพียงแค่คนกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงความคิด ชีวิตก็จะเปลี่ยนและเติบโตสูงขึ้นทางเดียวด้วย
อีกบทพิสูจน์ หนึ่งของแนวคิดที่กลายเป็นที่ยอมรับของสังคม
เมื่อสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงมีมติเอกฉันท์อนุมัติคัดเลือกให้คุณไพโรจน์ เป็น 1 ใน 6 ท่าน
หนึ่งในนั้นคือ คุณไพโรจน์ รื่นวิชา สุดยอดผู้บริหารการตลาดวงการขายตรงเมืองไทย เข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาบริหารทั่วไป) ซึ่งคุณไพโรจน์ บอกว่า เป็นความสำเร็จสูงสุดในธุรกิจขายตรง |